Other RSS

   การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่สุดยอด เพราะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยและเครียดจากที่ทำงาน คุณจะรู้สึกมั่นใจและสงบมากขึ้น และคราฟต์เบียร์ดีๆ ยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย   แต่ผลเสียอย่างหนึ่งของการดื่มก็คืออาการแฮงก์โอเวอร์ที่แสนจะทรมานในเช้าวันรุ่งขึ้น เราทุกคนทราบดีว่าอาการนี้เป็นอย่างไร ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า มึนงง คลื่นไส้ และหมดความอยากอาหาร ความรุนแรงของอาการแฮงก์โอเวอร์อาจแตกต่างกันออกไปสำหรับแต่ละบุคคล แต่ผมคิดว่าพวกเราทุกคนคงเห็นด้วยว่ามันเป็นอาการที่แย่มาก   ไม่มีวิธีใดที่ผ่านการทดสอบว่าได้ผลจริงในการรักษาอาการแฮงก์โอเวอร์ แต่มีบางอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันอาการแฮงก์โอเวอร์ที่แสนจะทรมานนี้ หรืออย่างน้อยก็ทำให้สามารถรับมือกับมันได้ง่ายขึ้น มีเคล็ดลับบางอย่างที่ช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการแฮงก์โอเวอร์ได้ นั่นคือ   ทานวิตามิน “ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ก็คืออาการแฮงก์โอเวอร์เกิดจากการขาดน้ำล้วนๆ แต่ปัญหาหลักคือการอักเสบและการที่เซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ และการป้องกันอาการแฮงก์โอเวอร์ก็ง่ายกว่าการรับมือกับมันในเช้าวันรุ่งขึ้น” นี่คือคำกล่าวของ นายแพทย์เจสัน เบิร์ค นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดื่มมากเกินไป ดังนั้นก่อนที่คุณจะออกไปเที่ยวกลางคืน ควรทานวิตามินรวมหรือดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำทับทิม หรือน้ำมะพร้าว   ทานคาร์โบไฮเดรตให้มาก ส่วนสำคัญของอาการแฮงก์โอเวอร์มาจากการที่ร่างกายของคุณเลือกว่าจะเผาผลาญแอลกอฮอล์อย่างไร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณทานอะไรเข้าไป ก่อนที่คุณจะเริ่มดื่ม ควรทำให้แน่ใจว่าคุณได้ทานอาหารเต็มที่ ซึ่งอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เขาว่ากันว่าอาหารประเภทเหล่านี้จะช่วย “ดูดซึม” แอลกอฮอล์ และช่วยป้องกันอาการแฮงก์โอเวอร์ที่แสนทรมานซึ่งอาจเกิดขึ้นได้   ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คุณภาพดี เครื่องดื่มชั้นยอดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ดูมีคลาสและเป็นการใช้เงินไปกับสุราโดยไม่จำเป็น สุราชั้นดีผ่านการกรองเพื่อขจัดความไม่บริสุทธิ์และสารพิษออกไป ซึ่งสามารถทำให้อาการแฮงก์โอเวอร์ลดลงได้ จำได้ไหมในตอนที่คุณเรียนมหาวิทยาลัยและเมาแอ๋เพราะดื่มเบียร์ราคาถูกที่คุณและเพื่อนๆ พอจะมีเงินซื้อ? อย่ากลับไปทำแบบนั้นอีกเลยจะดีกว่า คุณควรยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีๆ จะได้ไม่ต้องรู้สึกเกลียดชีวิตตัวเองในวันรุ่งขึ้น   ดื่มน้ำ นี่เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เรามักจะลืมมันได้ง่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นยาขับปัสสาวะชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าในกรณีที่คุณดื่มน้ำเปล่า ด้วยสาเหตุนี้เอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงมีส่วนทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำ อาการขาดน้ำคือหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการแฮงก์โอเวอร์ที่แย่มาก และอาจนำไปสู่อาการที่เลวร้ายอื่นๆ เช่น กระหายน้ำแบบสุดๆ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า และปากแห้ง กฎที่ดีข้อหนึ่งสำหรับปฏิบัติตามคือการดื่มน้ำหนึ่งแก้วคั่นรายการระหว่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละแก้ว ซึ่งนี่อาจจะมากเกินไปสำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้อย่างคุณ ถ้าคุณคิดว่ามันมากเกินไป อย่างน้อยก็ควรดื่มน้ำแก้วใหญ่สักแก้วก่อนที่จะเข้านอน   ทานยาไอบูโพรเฟน ถ้าคืนนั้นคุณดื่มมากไปจริงๆ ลองทานยาไอบูโพรเฟนสักเม็ดก่อนเข้านอน นี่เป็นยาต้านอาการอักเสบที่จะช่วยกำจัดอาการอักเสบซึ่งเกิดขึ้นในร่างกายของคุณเนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   ไข่กวนหรือไข่ดาวดีครับ? อาการแฮงก์โอเวอร์อาจจะรุนแรงเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ การมีน้ำตาลในเลือดต่ำในตอนเช้าอาจมีส่วนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยล้า และปวดศีรษะ ไข่เป็นแหล่งของซีสเตอีนที่ดีอย่างเหลือเชื่อ ซีสเตอีนช่วยสลายท็อกซินซึ่งทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงและไมเกรน แล้วคุณล่ะ ?   

Read more

Oktoberfest เป็นงานที่จัดเป็นประจำทุกปีในเมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน ในช่วงกลางเดือนกันยาไปจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลานั้นพอดี!

Read more

“เยอรมนีเมืองเบียร์”ชุดคำพูดที่คุ้นหูคนไทยมาอย่างช้านานคำนี้อาจฉายภาพในใจให้กับใครหลายคนได้เป็นอย่างดีว่าวัฒนธรรมเรื่องเบียร์นั้นได้ฝังรากอยู่ในดินแดนแห่งนี้อย่างลึกซึ้งเพียงใด แต่สำหรับคอเบียร์ตัวจริงแล้วยังมีอีกคำหนึ่งที่เรียกได้ว่าสามารถควบรวมเอาจิตวิญญาณขนานแท้ในความเป็นแดนดินถิ่นเบียร์ของเยอรมนีเข้าไว้ด้วยกันอย่างถ้วนถี่ครบองค์โดยแท้ และเมื่อได้ยินได้ฟังคำนี้คราใดหัวใจก็จะพองโตราวกับว่าหลักหมายหนึ่งที่สำคัญในชีวิตกำลังจะเวียนมาถึง กาลเวลาอีกปีหนึ่งกำลังจะพ้นไป คำที่ว่านี้ไม่ใช่คำว่าวันปิดภาคเรียน วันคล้ายวันเกิดหรือวันขึ้นปีใหม่ แต่เป็นคำว่า “Oktoberfest”   ภาพจาก ikon-europubs   อ็อกโทเบอร์เฟสต์เป็นมหกรรมประจำปีที่จัดขึ้นช่วงระหว่างกลางหรือปลายเดือนกันยายนไปจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมที่นครมิวนิกซึ่งเป็นฐานที่มั่นของหนึ่งในทีมฟุตบอลชั้นแนวหน้าของโลกและเมืองหลวงแห่งรัฐบาวาเรีย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเบียร์โลกเก่านั่นเองโดยที่ผ่านมาทุกปีจะมีผู้คนมากกว่า 6 ล้านคนหลั่งไหลเข้าไปร่วมสนุกในเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ จึงเป็นเรื่องที่กระจ่างชัดแบบไม่ต้องสืบเลยว่างานนี้จะมีขนาดใหญ่โตมโหฬารเกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถเข้าไปสัมผัสได้ทุกซอกทุกมุม แต่นั่นก็อาจนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคอเบียร์ที่รักการเสาะแสวงหาและค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพราะไม่ว่าคุณจะมีโอกาสเข้าร่วมช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้อีกกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปก็อ้าแขนรอคุณอยู่เสมอ(เฉพาะเต็นท์หลักของยี่ห้อดังๆ10 กว่าเจ้าที่ต่างก็มีเอกลักษณ์พิเศษของตัวเองแถมแต่ละหลังยังจุคนได้มากกว่าหมื่นชีวิตก็เล่นเอาสำรวจแทบไม่ทั่วแล้วล่ะ)   ภาพจาก worldalldetails   งานอ็อกโทเบอร์เฟสต์ไม่ได้จัดขึ้นอย่างใหญ่โตแต่วูบวาบฉาบฉวย หากแต่เป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจนกระทั่งกลายเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมบาวาเรียนมาตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1810 แล้ว(หนแรกสุดนั้นจัดขึ้นเพื่อฉลองงานอภิเษกสมรสระหว่างมกุฏราชกุมารลุดวิกและเจ้าหญิงเทเรซ) มิพักต้องกล่าวถึงการที่เทศกาลนี้ได้รับความนิยมชมชอบไปทั่วโลกและในปัจจุบันก็มีผู้คนมากมายสร้างสรรค์งานแบบเดียวกันขึ้นพร้อมๆ กันไปในแทบทุกท้องถิ่นจนกระทั่งพวกเราแทบไม่ต้องหอบสังขารเดินทางไปยังมิวนิคเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์เสพกลิ่นอายของความเป็นอ็อกโทเบอร์เฟสต์เลยด้วยซ้ำไปอย่างไรก็ตาม เราควรทราบว่างานดั้งเดิมขนานแท้ที่จัดบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใกล้ใจกลางเมืองมิวนิกนั้น (เป็นย่านที่เรียกชื่อสั้นๆ ว่า วีเซิ่น) ย่อมมีจิตวิญญาณที่อัดแน่นจนเอ่อล้นกว่างานเสมือนจริงในที่อื่นๆ อย่างเทียบไม่ติดด้วยประการทั้งปวง ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ในแต่ละปีจะมีเบียร์เกือบ 8 ล้านลิตรที่ถูกเสิร์ฟออกไปตลอดช่วงเวลางานที่กินเวลาราว 20 วัน! โอ้ ชไวน์สไตเกอร์!พูดแล้วก็อดนึกไม่ได้ว่าอะไรจะเมาปานนั้นและที่สำคัญก็คือนอกจากเบียร์จะท่วมท้นราวกับท่อประปาแตกแล้ว ยังมีซุ้มอาหารเยอรมันขั้นเทพตั้งรายเรียงกันจนนับแทบไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก ขาหมู หรือเพรทเซลชิ้นเขื่องที่ทำเสร็จใหม่ๆบวกด้วยผู้คนจำนวนไม่น้อยที่สวมใส่ชุดประจำถิ่นที่เรียกว่า Tracht เดินกันให้ว่อน (บางรายที่มาจากแดนไกลอาจจะใส่แล้วไม่เข้ากับหน้าตาสุดๆ แต่ก็น่ารักจะตายไป จริงไหมล่ะ)   ภาพจาก kostuemverleih   ในงานนี้นอกจากการดื่มกินอย่างเต็มคราบแล้ว คุณจะได้ฟังดนตรีดีๆ หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องทองเหลืองแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมายให้ลองเข้าร่วม โดยส่วนมากจะเป็นเกมสนุกๆ จำพวกปาเป้า รถบัมพ์ หรือม้าหมุนอย่างที่เราคุ้นเคยกันดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดารอะไรหากคุณจะพบว่ามีบรรดาเด็กน้อยอยู่มากมายในงานอ็อกโทเบอร์เฟสต์   ภาพจาก stripes   ภาพจาก edibleinkpr ภาพจาก t-online   สำหรับใครที่อยากจะสัมผัสประสบการณ์อ็อกโทเบอร์เฟสต์ แต่ยังไม่ได้จองตั๋วหรือเตรียมการอะไรทั้งสิ้น เราได้ยินแว่วๆ มาว่า บาร์สุดแจ่มใจกลางกรุงเทพมหานครของเราอย่าง Wishbeer Home Bar นี่แหละ ที่จะนำเอาความสนุกสนานแบบเดียวกันมาประเคนแบบเน้นๆ ล้างคอรอได้เลย!   ภาพจาก 10best   คำเตือน ถึงแม้งานนี้จะมีเมา แต่เราก็ขอให้สนุกอย่างรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่นด้วยนะ อย่างน้อยอ็อกโทเบอร์เฟสต์ก็เป็นงานเก่าแก่ที่มีขนบธรรมเนียมสืบต่อกันมายาวนาน (พอๆ กับกรุงเทพฯ นั่นล่ะ)...

Read more

ภาพจาก todayifoundout.com   ปัจจุบันนี้ในโลกออนไลน์มีบทความที่น่าสนใจถูกเผยแพร่ออกไปอย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องเบียร์ และหลายคนคงได้มีโอกาสผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อยแล้วว่า หนึ่งในวัตถุดิบหลักของการผลิตเบียร์สุดที่รักของเรา ก็คือมอลต์ ปัญหาก็คือแม้กระนั้น ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ดื่มเบียร์ (และเหล้า) อยู่เป็นประจำโดยที่นึกไม่ออกว่ามอลต์คืออะไร มีหน้าตาอย่างไร บ้างก็คิดว่าคงจะมีลักษณะเหมือนกับรวงข้าวเพราะเห็นจากในภาพโฆษณา บ้างก็นึกถึงเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตที่ทำจากมอลต์เช่นกันแต่ก็ไม่มั่นใจว่ามอลต์คือชนิดของธัญพืชหรืออะไรกันแน่ และเนื่องจากความเป็น “นักดื่ม” ที่ตระเวนดื่มไปทั่วทุกสารทิศมาค้ำคออันแข็งแกร่งอยู่ ความปากหนักจึงบังเกิด และในที่สุดความสงสัยนี้ก็กลายเป็นเรื่องลี้ลับต่อไป ภาพจาก leeners.com   หากกล่าวอย่างรวบรัดแล้ว มอลต์ก็คือผลผลิตจากกระบวนการอย่างหนึ่งซึ่งคล้ายคลึงกับการทำข้าวกล้องงอก หากแต่แทนที่จะสีข้าวและนำไปแช่น้ำให้งอกราก ก็แช่ทั้งเปลือกจนงอกก่อน จากนั้นจึงนำไปสีและคั่ว (หรืออบแห้ง) นั่นเอง มอลต์นั้นสามารถผลิตขึ้นได้จากธัญพืชหลากหลายชนิด เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต เป็นต้น แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแวดวงเบียร์ก็คือข้าวบาร์เลย์นั่นเอง เนื่องจากความเหมาะสมตามธรรมชาติของข้าวชนิดนี้ซึ่งอุดมไปด้วยเอนไซม์ที่จะช่วยย่อยแป้ง และเปลือกที่แข็งทนทานซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราขึ้นบนเมล็ดธัญพืชในระหว่างกระบวนการทำมอลต์ โดยทั่วไปแล้ว ในหมู่คนทำเบียร์ เมื่อพูดถึงมอลต์แล้ว จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ 1. มอลต์ตั้งต้น (Based Malt) และ 2. มอลต์ชนิดพิเศษ (Specialty Malt) โดยแบบแรกนั้นจะเพียบพร้อมไปด้วยเอนไซม์ที่จะย่อยแป้งทั้งจากตัวของมันเองและส่วนประกอบอื่นๆ ที่เติมเข้าไปตามสูตรเบียร์ และแบบหลังคือมอลต์ที่มุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติในการเสริมสีกลิ่นรสและเนื้อตัวของเบียร์ที่จะทำขึ้นมา   ภาพจาก rmperkins.com   มอลต์มีส่วนสำคัญต่อเบียร์อย่างยิ่งถึงระดับจิตวิญญาณของเบียร์ตำรับหนึ่งๆ เลยทีเดียว เนื่องจากเบียร์จะมีสีสันหรือมีน้ำมีนวลหนักแน่นมากน้อยอย่างไร มอลต์ที่ใช้นั้นคือคำตอบสำคัญ มอลต์ที่ผ่านการอบอย่างหนักหน่วงจนมีสีเข้มย่อมมอบสีทึบให้กับเบียร์ และในทำนองเดียวกันมอลต์ที่อบเล็กน้อยก็มักถูกนำไปทำเบียร์สีจางๆอย่างไรก็ดี เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับสูตรที่แต่ละผู้ผลิตเลือกใช้ด้วยว่าอัตราส่วนของมอลต์แต่ละชนิดที่เลือกใช้จะเป็นอย่างไร นอกจากสีแล้ว ในทางหนึ่งมอลต์ก็ส่งผลต่อระดับแอลกอฮอล์ของเบียร์ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าเบียร์ที่มีสีเข้มเพราะมอลต์ที่คั่วหรืออบเข้มนั้นจะแรงกว่าเบียร์สีอ่อน เนื่องจากว่าการคั่วมอลต์ส่งผลให้มีแป้งบางส่วนไม่สามารถมีปฏิกิริยาต่อกระบวนการหมักได้อีกต่อไป เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ยีสต์เมิน และนั่นย่อมส่งผลให้ดีกรีของเบียร์แบบนี้ไม่สูงโดดเด่นเหมือนสีที่เข้มจัดชวนหวั่นใจแต่อย่างใด ภาพจาก preparedfoods.com   ต้องบอกเลยว่าถ้าเบียร์เป็นของขวัญจากพระเจ้า มอลต์เองก็คงสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยล่ะ! ตอนนี้ขอตัวไปดื่มน้ำมอลต์หมักสักครู่ แล้วเจอกัน J    

Read more

ทำไมคนดื่มหนักจึงมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ดื่ม? จาก http://content.time.com/time/magazine/article/0,9171,2017200,00.html ปัญหาหนึ่งที่เป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดในงานเขียนมากมายเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็คือข้อสรุปจากการศึกษาที่สอดคล้องกันว่าคนที่ไม่ดื่มมีแนวโน้มจะตายเร็วกว่าคนที่ดื่ม โดย จอห์น คลาวด์ วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2553 ปัญหาหนึ่งที่เป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดในงานเขียนมากมายเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็คือข้อสรุปจากการศึกษาที่สอดคล้องกันว่าคนที่ไม่ดื่มมีแนวโน้มจะตายเร็วกว่าคนที่ดื่ม คำอธิบายโดยทั่วไปสำหรับกลุ่มผู้ติดสุรานิรนามสำหรับผลการศึกษานี้ก็คือว่ากลุ่มของคนที่ไม่ดื่มในการวิจัยดังกล่าวที่จริงแล้วเคยเป็นคนดื่มหนักมาก่อน และมีปัญหาสุขภาพมาแล้วซึ่งเกิดจากการดื่ม แต่มีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารผู้ติดสุรา: การวิจัยทางคลีนิคและการทดลอง (Alcoholism: Clinical and Experimental Research) ได้ให้ข้อสรุปโดยไม่ได้อธิบายสาเหตุอย่างชัดเจนว่าการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิต แม้แต่ในผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาด้านการดื่มมาก่อน ส่วนที่น่าตกใจที่สุดคืออะไรน่ะหรือ? นั่นก็คือ อัตราการเสียชีวิตของผู้ที่ไม่ดื่มมีอัตราสูงกว่าผู้ที่ดื่มอย่างหนัก สำหรับผู้ที่ดื่มแต่พอดีซึ่งกำหนดไว้ว่าสามแก้วต่อวันนั้นปรากฏว่ามีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุดจากการศึกษาเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี (โดยเฉพาะถ้าเลือกดื่มเป็นไวน์แดง) จะช่วยทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และความสามารถในการเข้าสังคมดีขึ้นซึ่งอาจเป็นสิ่งสำคัญเพราะคนที่อยู่โดดเดี่ยวจะไม่มีสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนมากนักที่จะคอยสังเกตอาการและช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ แต่ทำไมการงดดื่มแอลกอฮอล์ถึงได้ทำให้อายุสั้นลงได้ล่ะ? มันก็จริงอยู่ที่ว่าคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีแนวโน้มที่จะมาจากชนชั้นที่ต่ำกว่าในแง่เศรษฐกิจและสังคม เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจมีราคาสูง และคนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำกว่านั้นจะมีความเครียดในชีวิตมากกว่า ทั้งความกังวลในเรื่องงานและการดูแลลูกซึ่งอาจไม่ได้เพียงแต่ทำให้พวกเขาไม่สามารถดื่มได้เท่านั้น แต่อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยเนื่องจากความเครียดเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน (และพวกเขาไม่ได้คลายเครียดด้วยการดื่มสักแก้วสองแก้วหลังเลิกงาน) อย่างไรก็ตาม แม้หลังจากที่ควบคุมตัวแปรเท่าที่จะนึกได้เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งได้แก่ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ระดับของกิจกรรมทางกาย จำนวนเพื่อนสนิท คุณภาพในการรองรับทางสังคม และอื่นๆ นักวิจัย (ซึ่งประกอบด้วยทีมงานหกคน นำโดยนักจิตวิทยา ชาร์ลส์ โฮลาฮาน แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน) พบว่าในช่วงเวลา 20 ปี ผู้ที่ไม่ดื่มจะมีอัตราการตายสูงสุดไม่ว่าพวกเขาจะเคยติดสุราหรือไม่ รองลงมาคือผู้ที่ดื่มจัด และต่ำสุดคือผู้ที่ดื่มแต่พอดี กลุ่มตัวอย่างที่ทำการวิจัยประกอบด้วยคนที่มีอายุระหว่าง 55 และ 65 ปี ซึ่งเคยได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกในรูปแบบใดก็ได้ในช่วงสามปีก่อนหน้า ผู้เข้าร่วม 1,824 คนจะถูกติดตามเป็นเวลา 20 ปี ข้อเสียอย่างหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างก็คือสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมโดยที่ 63% เป็นเพศชาย อัตราการเสียชีวิตในช่วง 20 ปีมีมากกว่า 69% เล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่ดื่ม 60% สำหรับคนที่ดื่มหนัก และเพียง 41% ของคนที่ดื่มแต่พอดี สถิติเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าสังเกต แม้ว่าผู้ที่ดื่มหนักจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการที่จะเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งอีกหลายชนิด (โดยเฉพาะมะเร็งในช่องปากและหลอดอาหาร) แต่ผู้ที่ดื่มหนักก็ยังมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มแม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยมีปัญหาเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์มาก่อน สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งก็คือแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้การเข้าสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น และการเข้าสังคมนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสุขภาพจิตและสุขภาพทางกาย เมื่อปีที่แล้วผมได้เคยพูดไว้ว่าคนที่ไม่ดื่มจะแสดงสัญญาณของโรคซึมเศร้าได้มากกว่าคนที่เข้าไปร่วมงานสังสรรค์บ้าง ผู้เขียนบทความจากการศึกษาใหม่นี้ค่อนข้างจะระมัดระวังโดยกล่าวว่าแม้การดื่มจะทำให้อายุยืนขึ้น แต่มันก็อาจเป็นอันตรายได้ การดื่มสามารถทำให้ความจำของคุณแย่ลงมาก และอาจนำไปสู่การบาดเจ็บเนื่องจากหกล้มและเหตุร้ายอื่นๆ (อย่างเช่นว่า การนอกใจภรรยาหรือสามีตอนกำลังเมา) ซึ่งอาจทำให้ชีวิตคุณพังได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการพึ่งพาแอลกอฮอล์ ถ้าคุณติดสุรา คุณอาจต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเลิกได้ จากที่กล่าวมา การศึกษาใหม่ก็ยังให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าการดื่มแต่พอดีไม่เพียงแต่จะสนุกเท่านั้นแต่ยังดีสำหรับคุณอีกด้วย...

Read more

x